[นอกกะลา] Ashura: This Blood Spilled in My Veins
posted on 19 Dec 2009 08:00 by sapphire-apphires in ETCเอนทรี่นี้ขอชวนคุยเรื่องมีสาระกันซักหน่อยค่ะ
เพิ่มเติม: เอนทรี่นี้เต็มไปด้วยเลือดนะคะ
วันนี้ในระหว่างที่แซฟกำลังทำการเตรียมหนังสือเข้าคลังห้องสมุด (ไม่รู้ว่ามีศัพท์เฉพาะหรือเปล่า แต่เขาเรียกกันว่า book processing) แซฟเจอกับหนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อว่า Ashura: This Blood Spilled in My Veins
ภาพข้างบนนี่คือหน้าปกค่ะ ตอนแรกก็เห็นว่าน่าปกมันแปลกตา ดูสวยดี แต่เรื่องมันเริ่มที่เพื่อนแซฟเดินเข้ามาเห็น แล้วก็บอกว่าหน้าปกที่เห็นเป็นเลือดกับน้ำนะ แซฟก็แบบ...โอ้ว.... เพื่อนเลยอธิบายให้ฟังว่าหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนาของอิสลาม ซึ่งเขาเองก็อ่านผ่านๆเลยไม่รู้รายละเอียดนัก แซฟเลยทำการหาข้อมูลแบบเร่งด่วน...เพราะภาพในหนังสือเล่มนี้น่าสนใจมาก
Ashura (แซฟอ่านว่าอาฃูร่า แต่วิกิพีเดียภาษาไทยเขาเรียกว่าอาชูรออ์) เป็นวันสำคัญของศาสนาอิสลาม ซึ่งนิกายชุนนีย์กับนิกายชีอะห์ (เขียนได้ทั้งแบบนี้, ชีอะหฺ, ชีอะฮฺ, หรือ ชีอะฮ์ - อ้างอิง) มีความเชื่อต่อวันอาชูรออ์ต่างกันไป และหนังสือเล่มนี้(คิดว่า)อ้างอิงถึงมุมมองของอิสลามนิกายชีอะห์ ที่ต่างจากนิกายซุนนีย์เรื่องตัวแทนของนบีมุฮัมมัด โดยนิกายชีอะห์มองว่าตัวแทนฯต้องมาจากการแต่งตั้องของพระอัลลอห์และนบีมูฮัมมัดเท่านั้น (อ้างอิง) สำหรับนิกายนี้ วันอาชูรออ์คือวันรำลึกถึงอิมามฮุนเซน---หลานของนบีมุฮัมมัด---และญาติที่เสียฃีวิตในสงคราม ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้อิสลามแตกออกเป็นสองนิกาย (อ้างอิง)
พิธีกรรมโดยรวมคือชาวอิสลายนิกายชีอะห์จะแต่งชุดดำไว้ทุกข์และภาวนา ส่วนหนังสือเล่มนี้พูดถึงการที่ผู้ชาย...รวมทั้งเด็กเล็กและคนแก่จะทำการทรมานตนด้วยวิธีการกรีดหัวตัวเอง เพื่อให้เลือดอาบตัว เป็นการไว้อาลัย แซฟเอาภาพที่ตบมาจาก google มาแปะเอาไว้...จะได้เห็นภาพกันว่าเป็นประมาณไหน แต่ภาพในหนังสือสวยจริงๆค่ะ = =)b
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่านั่นน่ะ มีดจริงๆ
อันนี้ภาพกรีดหน้าผาก
อันนี้คงเป็นการภาวนาก่อนเริ่มพิธีกรรมค่ะ
อีกหนึ่งวิธีในการทรมานตนเพื่อรำลึกถึงการเสียชีวิตของอิมามฮุนเซ็นและครอบครัว
อย่างที่บอกไปค่ะว่านี่คือพิธีกรรมทางศาสนาที่ชาวอิสลามนิกายชีอะห์เชื่อกัน หลายๆคนอาจเห็นว่ามันเป็นความรุนแรง...แต่เท่าที่ดูจากภาพตามอินเทอร์เน็ตและภาพในหนังสือ คนเขาเต็มใจทำกันค่ะ แล้วที่เห็นแดงเดือดแบบนั้น บอสแซฟบอกกว่าเพราะหัวเป็นจุดที่เลือดพุ่งได้เยอะที่สุด แน่นอนว่าพวกเขาเหล่านี้ต้องรู้จักการทำพิธีนี้อย่างปลอดภัยอยู่แล้ว ไม่งั้นเขาไม่ทำกันทุกปีหรอกเนอะ

