[KHR FanFic: 1006918] ::: L'Amore Nascosto ::: [12]
posted on 15 Dec 2009 13:58 by sapphire-apphires in Yaoi-FanFictionไว้โม้กันหลังฟิค
================================
กรุณาอย่าเอาฟิคเรื่องนี้ไปโพสที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตค่ะ
::: L'Amore Nascosto :::
Author: Violet Sapphire Lucifer
Pairing: 1006918; 10069 for this chapter
Rate: PG-13
Warning: BL, Semi-AU, BDSM, angst
(๑๒) L'Amore Nascosto
ปิ๊ป . . . . ปิ๊ป . . . . ปิ๊ป . . . .
เสียงเครื่องตรวจชีพจรยังคงดังต่อเนื่องอย่างช้าๆ สะท้อนลมหายใจรวยรินของเจ้าชายนิทรา ผู้หลีกเร้นอยู่ในความฝันมาหลายคืน...หลบซ่อนจากความเป็นจริง จากบุคคลที่ฝ่ายนั้นชิงชังหนักหนา
ร่างสูงหนาในเครื่องแบบพิสุทธิ์จับจ้องดวงหน้ารูปไข่อันซีดขาว ริมฝีปากนุ่มเนียนที่เปรียบดังกลีบกุหลาบแดงบัดนี้แห้งผาก แววตาสีม่วงอ่อนไหวระริกยามเลื่อนสายตาลง...ทอดมองลำคอระหงอันซูบผอมและเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดง เช่นเดียวผิวกายบนแผ่นอกซึ่งแนบชิดกับโครงกระดูกจนแทบเห็นกายภาพภายใน แม้สัมผัสจากปล่ยนิ้วอาจทำให้คนตรงหน้าบุบสลายได้
ถึงกระนั้น...เงาสะท้อนจากเรียวจมูกโด่งและแพขนตางอนยาวบนผิวเนียนยังคงความสะคราญอันเปราะบาง...เสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครเทียบได้
มือเรียวหนาที่คร่าชีวิตมานับพันเอื้อมแตะข้อมือผอม ซึ่งถูกเชื่อมต่อกับสายน้ำเกลือและวิตามินต่างๆ...หวังถ่ายทอดกำลังวังชาให้คนตรงหน้าตื่นขึ้นจากนิทราเสียที
แต่เขาเองไม่ใช่หรือ...ที่เป็นคนต้อนคนตรงหน้าให้จนมุม...จนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด?
เพียงเพราะว่าถูกปฏิเสธ
เพียงเพราะว่าเขาไม่สามารถลบล้างตัวตนของบุคคลผู้อยู่ในห้วงคำนึงของคนตรงหน้าเสมอมา
เพียงเพราะว่าความรู้สึกที่เขามีให้มันช่างรุนแรง....
เพียงเพราะว่าเขาไม่เคยหลงใหลใคร...เลยไม่รู้ว่าเขาควรจะทำอย่างไร
เพียงเพราะว่าคนตรงหน้าเป็น"คน"คนแรกที่เขาต้องการจะครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว...ตลอดไป....
อะเมทิสต์ล้ำลึกอันเรียวคมหรุบลง พลางใช้ปลายนิ้วช้อนเรือนไหมสีน้ำเงินเข้มยาวสลวยขึ้น ก่อนแนบริมฝีปากลงรับความนุ่มนวลจากเส้นผม แล้วพร่ำกระซิบอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก
"มุคุโร่คุง...ชั้นรักเธอ"
เบียคุรันปิดตา...กลั้นความร้อนผ่าวที่เกาะขอบตาจนเป็นฝ้ามัว เขาจมดิ่งกับประโยคสั้นๆที่เขาเพิ่งพูดออกไป ประโยคที่เขามักพร่ำบอกออกมาอย่างง่ายดาย
ทว่าครั้งนี้...ไพ่ใบสุดท้าย...ความรู้สึกที่แท้จริงของเขา...ถูกทิ้งออกไปด้วย
"ต่อให้ชั้นได้แค่ร่างกายของเธอ....ชั้นจะไม่ปล่อยเธอไปเด็ดขาด"
~*~*~*~*~*~*~*~
เจ้าของความฝันทอดมองความมืดมิดเข้ากลืนกินทิวทัศน์แห่งผืนสมุทรสีคราม....กระจกสะท้อนนภากว้างเบื้องหน้า จนกระทั่งทุกอย่างนั้นเป็นสีดำ...สีดำอันไร้ที่สิ้นสุด ตามด้วยเกล็ดหิมะอันแผ่วเบา ซึ่งโปรยปรายลงมาช้าๆ
มือเรียวยาวยกขึ้นรองรับน้ำแข็งเกล็ดเล็กๆ ที่สะท้อนแสงวับวาวราวดวงดาวในห้วงรัตติกาล ก่อนแสงนั้นจะดับวูบเมื่อแตะบนฝ่ามือ
...ไออุ่นจากร่างกายหลอมหิมะให้ละลาย...
แทนที่จะสัมผัสความเยียบเย็น ร่างเพรียวในชุดยูคาตะสีดำขลับกลับรับรู้ถึงความหวาบหวามจากหยดน้ำในอุ้งมือ แพขนตางอนยาวปรือลง...
ใครบางคนกำลังร้องไห้---เพื่อเขา
ใคร?
โรคุโด มุคุโร่ก้าวไปด้านหน้า ตามหาเสียงสะอื้นอันคุ้นหูที่ดังขึ้นแผ่วเบาอยู่ไม่ไกล ขณะเดียวกันเขาเห็นแสงริบหรี่ ณ สุดปลายทาง...
สวนดอกไม้...?
ไพลินและทับทิมน้ำเอกอันทรงเสน่ห์หรี่ลง ในความทรงจำทั้งหมดยี่สิบห้าปี---สวนตรงหน้าเป็นสิ่งแรกที่เขานึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน ต่อให้บุปผานานาพรรณจะบานสะพรั่งอวดโฉมกันละลานตาก็ตาม
เด็กน้อย---เจ้าของเรือนผมสีเดียวกันกับเขา---ชันเข่าสะอื้นอยู่กลางสวนเพียงลำพัง และดูเหมือนว่าเสียงเหยียบย่ำบนผืนหญ้าจะไม่เป็นที่ได้ยิน
"เธอ?"
เสียงเด็กหนุ่มอายุไม่เกินสิบห้าเปรยขึ้น เรียกสายตาของมุคุโร่ให้เหลียวมอง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นรูปลักษณ์ของต้นเสียง
ขาวพิสุทธิ์...ตั้งแต่เรือนผมจรดปลายเท้า
เรือนผมสีเงินยวงฟูฟ่องทอระยับไม่แพ้แสงจันทร์ ขับเน้นดวงตาสีม่วงครามดั่งผืนทะเลยามย่ำค่ำ ซึ่งจับจ้องอยู่กับคู่สนทนาที่เด็กน้อยผู้สะอื้นอยู่คนเดียว...ร่างเก้งก้างอยู่ในชุดสูทขาว บอกถึงความเป็นทายาทชองตระกูลมั่งคั่ง
แม้บรรยากาศโดยรอบยังเต็มเป็นด้วยความวัยเยาว์ หากเค้าหน้าเหมือนบุรุษที่เขาชิงชังมากกว่าผู้ใด---เบียคุรัน
เด็กน้อยที่ถูกเรียกเบือนหน้ามอง ชายหนุ่มที่ไร้ตัวตน...ณ วินาทีนั้น...ถึงกับผงะถอยอย่างไม่รู้ตัว
เด็กคนนั้นคือโรคุโด มุคุโร่วัยไม่เกินสิบปี
เด็กหนุ่มแรกรุ่นมีอาการไม่ต่างจากบุรุษล่องหนเท่าไหร่ ดวงตาสีม่วงอ่อนสะท้อนดวงหน้ารูปหน้าไข่อันขาวผ่องราวมุก ซึ่งล้อมกรอบด้วยเส้นไหมสีน้ำเงินเข้มยาวประบ่า แม้ยังดูเด็ก...ทว่าไพลินเรียวคมที่หาได้ยากจากเด็กตัวเล็กๆ ทำให้บรรยากาศโดยรอบผิดแผกไป
...งดงาม...และโดดเดี่ยว...
มุคุโร่วัยเด็กใช้มือเล็กปาดหยาดน้ำตาที่กลิ้งผ่านพวกแก้มเนียนแช่มช้า แล้วเอ่ยถามร่างโปร่งในชุดขาวอย่างสุภาพ
"คุณเป็นใครครับ?"
คนถูกถามเดินทะลุผ่านมุคุโร่วัยยี่สิบห้า เขาชันเข่าลง...โน้มตัวเข้าหาผู้อ่อนวัยตรงหน้า พลางย้อนถามเสียงนุ่ม "เธอหนีมาร้องไห้ทำไม? งานเลี้ยงไม่สนุกหรอ?"
กลีบปากสีสดเม้มแน่น...ด้วยไม่อาจบอกได้ว่าเขาเป็นแค่เด็กข้างถนนที่ถูกเก็บมาชุบเลี้ยงเพื่อการทดลอง หัวเล็กๆอันล้อมกรอบด้วยเรือนผมสีน้ำเงินเข้มจึงส่ายไปมา
เมื่อเห็นว่ายากที่จะได้คำตอบ เด็กหนุ่มจึงลุกไปยังพุ่มกุหลาบแล้วเด็ดกุหลาบออกมาหนึ่งดอก จากนั้นจึงยื่นให้ผู้อ่อนวัยกว่า
"ให้ชั้นอยู่เป็นเพื่อนนะ"
ไพลินหม่นมองคนที่โตกว่า แล้วตัดสินใจเอื้อมมือรับกุหลาบแดงตรงหน้า เรียวปากบางสีอ่อนจึงเหยียดกว้าง
"ถ้าเธอโตขึ้น...คงจะสวยกว่ากุหลาบดอกนี้แน่ๆเลย"
"สวย? เด็กผู้ชายก็สวยได้หรอครับ?"
คนถูกถามเบิกตาด้วยความตื่นตะลึง ก่อนกลั้วหัวเราะเบาๆ พร้อมทรุดตัวลงนั่งข้างๆ
"เด็กผู้ชายหรอเนี่ย..."
"ครับ"
เด็กหนุ่มและเด็กชายนั่งเงียบกันอยู่พักหนึ่ง ต่างคนต่างทอดมองเหล่าดอกไม้ที่พากันอวดโฉม ก่อนที่เด็กชายจะเปรยขึ้นเรียบๆ
"กล้วยไม้สีขาว..."
"?"
เบียคุรันเลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงน แล้วจึงพบว่าไพลินคู่เรียวสวยปรือมองดอกไม้สีพิสุทธิ์ที่กลัดบนสูทขาว
"ที่บ้านบอกว่ามันเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของชั้นน่ะ" เขาอธิบาย "เหมาะกับชั้นไหมล่ะ?"
มุคุโร่วัยเด็กย้อนถาม "ทำไมถึงไม่เป็นสีแดงล่ะครับ?"
"เธอคิดว่าชั้นเหมาะกับสีแดงหรอ?"
เด็กชายไม่ตอบอะไร แต่ใช้มือเล็กหยิบสามง่ามที่ซ่อนใต้เสื้อสูทขึ้น ก่อนคมง่ามจะกรีดลงบนฝ่ามือขาว โดยที่ดวงหน้าสะคราญยังนิ่งเรียบ
ส่วนเจ้าของอะเมทิสต์ได้แต่มองกิริยาคนตรงหน้าด้วยความทึ่ง เขาไม่อาจละจากเด็กวัยไม่เกินสิบขวบที่ดูสุขุมกว่าเด็กทั่วไป ยามที่ฝ่ายนั้นกรีดมือตัวเอง และปล่อยให้ของเหลวแดงซึมออกจากผิวเนืื้อ แล้วแต่งแต้มมันบนกลีบกล้วยไม้ขาว
ไพลินเรียวรีลุ่มลึกยิ่งกว่าผืนสมุทรจ้องมองเลือดที่เริ่มซึมเข้ากลีบบุปผา...ย้อมความพิสุทธิ์ให้เป็นสีแดง
"คุณเหมาะกับสีแดงมากกว่าครับ" เด็กชายตอบในที่สุด ริมฝีปากอิ่มระเรื่อแย้มออกเล็กน้อย
"เธอชอบสีแดงอย่างงั้นหรอ?"
"เปล่าครับ" เด็กชายตอบเนิบๆ "แต่ผมโตมาท่ามกลางสีแดง..."
เลือด...
"คุณเองก็หนีมันไม่พ้นหรอก..."
ผู้ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆเม้มปาก แม้ทั้งคู่ยังเด็ก...ทว่าการที่เป็นเด็กในวงการมืดทำให้ความวัยเยาว์นั้นเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว
เลือดกับศพ...เป็นสิ่งที่ทั้งสองต้องคุ้นเคยกับมัน
และต้องเรียนรู้ว่ามนุษย์เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ไต่เต้าสู่ความสำเร็จ...
เขาถึงได้ชิงชังวงการมาเฟียนัก!
"ถ้าชั้นทำให้โลกใบนี้หายไป...เธอคิดว่าดีหรือเปล่า?" กล้วยไม้แรกรุ่นถาม "ถ้าชั้นทำให้โลกใบนี้หายไป...เธอจะมากับชั้นไหม?"
ดวงตาแห่งท้องสมุทรเบิกกว้าง ช่องปากเล็กๆเผยออกเล็กน้อยเตรียมที่จะให้คำตอบ
หาก...
เสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์ประมาณสี่ห้าคนกำลังมุ่งมายังอนาคตของชาติทั้งสอง ก่อนพวกเขาจะปรากฎตัวขึ้น
"มาอยู่ที่นี่เองหรอ?"
หนึ่งในผู้ใหญ่ทั้งสี่ว่า ในขณะที่อีกสามล้อมเด็กชายผมสีน้ำเงิน...ผู้รีบเก็บสามง่ามอย่างรวดเร็ว สร้างความงุนงงให้กับเด็กชายผมเงินเล็กน้อย
"ได้เวลากลับแล้ว"
มุคุโร่วัยเด็กพยักหน้าน้อยๆ ก่อนส่งยิ้มให้เด็กหนุ่มที่โตกว่าเขา
"ลาก่อนครับ คุณกล้วยไม้ขาว..."
ผู้ถูกลาทำเพียงแค่มองคนตรงหน้าเดินจากไปจนลับตา ก่อนที่จะระลึกได้ว่าเขายังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อของฝ่ายนั้น
ถ้าหากว่าชั้นทำให้โลกใบนี้หายไป...เธอคิดว่าดีหรือเปล่า?
ถ้าชั้นจะทำให้โลกใบนี้หายไป...เธอจะมากับชั้นไหม?
"...ซักวันชั้นจะตามหาเธอให้เจอเลยล่ะ..."
เบียคุรันพูดกับตัวเอง ระหว่างที่ก้มมองกล้วยไม้ขาวเปื้อนเลือดบนอกเสื้อ
~*~*~*~*~*~*~*~
ภาพตรงหน้าหายไปแล้ว...
ผู้พิทักษ์สายหมอกของวองโกเล่ยืนนิ่งประดุจหุ่นขี้ผึ้ง เขาไม่เคยจำได้ว่าครั้งหนึ่งในวัยเด็กเขาเคยพบกับนภาโลหิตแห่งมีลฟิโอเล่ หากจู่ๆความทรงจำที่ปิดตายมาเกือบสิบห้าปีกลับผุดขึ้นมา
นภาโลหิตในวัยเด็ก...เพียงแค่สบตาก็รู้ว่าเขาต้องการอะไร...
ถ้าหากว่าชั้นทำให้โลกใบนี้หายไป...เธอคิดว่าดีหรือเปล่า?
ท่อนแขนเรียวขาวยกขึ้นโอบกอดตัวเองไว้ พร้อมกับซบใบหน้าลงในอ้อมกอดของตน
ถ้าชั้นจะทำให้โลกใบนี้หายไป...เธอจะมากับชั้นไหม?
เขาจำได้แล้วว่า...คำตอบในตอนนั้นคืออะไร...
แล้วคำตอบในตอนนี้ล่ะ...คืออะไร...?
~*~*~*~*~*~*~*~
เปลือกตาบางสีอ่อนขยับเล็กน้อย ก่อนปรือเปิดขึ้นแช่มช้า...เผยเนตรสองสีคู่แปลกตาอันคมสวย สิ่งแรกที่เขาเห็นคือโดมสูงเกิดปฎิมากรรมของงานโมเสค ซึ่งเป็นกระจกหลากสีที่รวมตัวกันเป็นรูปกล้วยไม้สีแดง...
กล้วยไม้สีแดง...
ร่างโปร่งบางรับรู้ถึงหน้ากากออกซิเจนบนช่วงล่างของใบหน้า และการพันธนาการจากสายยางสองสามเส้นบนข้อมือด้านซ้าย อีกทั้งไออุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมอยู่บนมือด้านขวา
...นี่ผมคงโคม่ามาหลายวันแล้วสินะ...
ร่างดังกล่าวหันมองต้นตอของไออุ่น และบนร่างชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเงินฟูฟุบลงอยู่ข้างเตียง โดยที่มือหนานั้นกุมมือบางไว้ไม่ยอมคลาย
ถ้าหากว่าชั้นทำให้โลกใบนี้หายไป...เธอคิดว่าดีหรือเปล่า?
ถ้าชั้นจะทำให้โลกใบนี้หายไป...เธอจะมากับชั้นไหม?
สองคำถามเมื่อวัยเยาว์แล่นริ้วขึ้นมาเป็นระลอก กระทบจิตใจเขาราวกับคลื่นพายุกระทบหินผา และเขาหวังเพียงแค่ว่า...ฝ่ายนั้นจะไม่ถามเขาอีก
...บอกผมเถอะว่าคุณทำลายโลกใบนี้...เพราะคุณต้องการอำนาจเท่านั้น...
ไม่ใช่เพราะใครบางคน...
ผู้ถือครองเนตรวัฏสงสารขยับตัวเล็กน้อย ทว่ากลับทำให้คนที่นอนอยู่รู้สึกตัว ซึ่งฝ่ายนั้นลุกขึ้นพรวดอย่างรวดเดียว เพียงเพื่อต้องการยืนยันด้วยสายตาว่าคนที่เขาเฝ้าอยู่ทั้งวันทั้งคืนฟื้นจากโคม่าแล้วจริงๆ
"มุคุโร่คุง!?"
เสียงตื่นตระหนกจากคนที่มีมาดสุขุมและมีเขี้ยวเล็บตลอดเวลา ทำเอาคนไข้บนเตียงผงะถอยเล็กน้อยอย่างเผลอตัว
"คะ..ครับ?"
เบียคุรันในเวลานี้...ผิดจากเบียคุรันที่มุคุโร่รู้จักมาก ในตอนนี้ฝ่ายนั้นดูเหมือนชายหนุ่มธรรมดาๆเท่านั้น อาจเป็นเพราะบรรยากาศคุกคามและกดดันที่เคยมีหายไปราวกับไม่เคยมีตัวตน
เพราะอะไร?
ฝ่ายนั้นเอื้อมมือเข้าประคองพวงแก้มของเขา แล้วจรดหน้าผากบนหัว หลังจากนั้นจึงใช้ริมฝีปากนาบลงบนเรือนผมสีน้ำทะเลอันยาวสยาย
"ในที่สุดเธอก็ตื่นจนได้...มุคุโร่คุง..."
คิ้วเส้นเรียวได้รูปเลิกขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาและสมบูรณ์ราวรูปสลักอันเต็มไปด้วยรอยยับของผ้าปูเตียงอย่างชัดเจน
"คุณเบียคุรัน.." มุคุโร่เปรยแผ่ว "หน้าคุณ..."
เบียคุรันเอ่ยถามเสียงนุ่ม เขาไม่ได้ยิ้มกว้างอย่างที่เคย หากดูอ่อนโยนอย่างแท้จริง"หน้าชั้นทำไมหรอ?"
"ระ...รอยยับผ้าปูเต็มไปหมดเลยครับ" มุคุโร่ตอบ
"หือ!?"
คนถูกทักรีบยกมือขึ้นลูบแก้ม แน่นอนว่าเขาไม่สามารถรับรู้รอยยับได้ ทว่าพฤติกรรมดังกล่าวนั้นชะงักลง เมื่อเห็นว่าคนบนเตียงกำลังอมยิ้ม
"มุคุโร่คุง...เธอ...กำลังยิ้ม?"
เจ้าของเนตรสองสีชะงัก คนที่ถามก็ชะงักเช่นกัน หากไม่นานก็โน้มตัวเข้าซบไหล่ซูบผอม
"ถ้าเธอยิ้มเพราะหน้าชั้นมีรอยยับของผ้าล่ะก็..." เสียงนุ่มทุ้มกระซิบแผ่ว "ชั้นจะยอมนอนผิดท่าเพื่อเธอทุกวันเลย"
ดวงหน้ารูปไข่เบือนมองศีรษะที่พาดวางบนไหล่ "เพราะอะไรและเพื่ออะไรครับ?"
ยามที่เนตรสีม่วงครามอันไหวระริกปรายมอง หัวใจของสายหมอก ณ วินาทีนั้นถึงกับหยุดเต้น ก่อนจะกลับมาสั่นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ...เช่นเดียวกับหัวใจของนภาสีเลือด...
"เพื่อให้ได้หัวใจของเธอ...เพราะชั้นรักเธอ...มุคุโร่คุง"
=====================
อืม...อย่าเพิ่งแปลกใจนะคะถ้าแซฟอัพ blog เป็นบ้าเป็นหลัง...
เพราะตอนนี้ ปิดเทอมภาคฤดูหนาว อยู่ค่ะ!!!
แต่ยังไม่ได้ว่างซะทีเดียว เพราะต้องทำงานที่ห้องสมุดกับแลปอาจารย์ (แต่อันที่จริงแล้วขี้เกียจขิงๆ)
อากาศที่นี่..ตอนนี้ไม่เกินสิบองศาเซลเซียสค่ะ
อาทิตย์ก่อนหิมะตกสามวันติด ฮ่าๆ...สนุกสนานกับอาทิตย์ไฟน่อลเลยทีเดียว
วันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นวันที่คนในหอทำการ check-out กลับบ้านกลับช่องกันไป
แซฟคิดว่าแซฟคงเป็นคนเดียวที่ยังแกร่วอยู่กับหอ
...แต่นี่แหละประเด็น
ทำไมน่ะหรอคะ?
หอนี่มันหอร้างชัดๆ!!!
เนื่องจากพระอาทิตย์ตกไว สี่โมงครึ่งฟ้าก็เริ่มมืดแล้วค่ะ
ปกติเวลามีคนอยู่หอ...ไฟทางเดินก็จะถูกเปิดทิ้งไว้ สว่างไสวถ้วนหน้า...
แล้วพอคนไม่อยู่...ทางเดินมืดตื๋อเลยค่ะ ^^" (แต่สู้ความมืดขอจขบ.ไม่ได้แน่ๆ เล่นสูบวายแบบเต็มสตรีมมาสองวันเต็มๆ =.,=)
ถ้าคนแถวนี้จะได้ยินเสียงกริ๊ด...ก็เพราะการ์ตูนวายเนี่ยแหละคะเป็นเหตุ ฮ่าๆๆๆ
เป้าหมายของปิดเทอมภาคฤดูหนาวปีนี้...กับ blog นี้
๑. เขียนแฟนฟิคเรื่องนี้ให้จบ
๒. แปลโดจินสองเรื่องเป็นอย่างน้อย...(ดองจนกลายเป็นอาณาจักรหนอนแล้ว...ไห)
๓. เปลี่ยนธีมใหม่

